ภายหลังการเสด็จนิวัติประเทศไทยของพระองค์ ได้มีพระราชดำริจัดหาที่ดินในต่างจังหวัดที่มีอากาศดีเพื่อสร้างพระตำหนักที่ประทับ เบื้องต้นมีในพระดำริอยู่ ๒ แห่ง คือ จังหวัดเชียงใหม่ และจันทบุรี แต่ในที่สุดพระองค์ก็ทรงตัดสินพระทัยเลือกพื้นที่ใน
#จังหวัดจันทบุรี เพื่อจัดสร้างพระตำหนักส่วนพระองค์ ชื่อว่า “
#วังสวนบ้านแก้ว”
.
“วังสวนบ้านแก้ว” กล่าวได้ว่าไม่ต่างอะไรจากบ้านธรรมดา ๆ ของราษฎรในสมัยนั้นเลย เมื่อแรกก่อสร้างพื้นที่แห่งนี้ยังคงสภาพป่า ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำประปา ต้องทำเครื่องปั่นไฟใช้เอง อีกทั้งสมเด็จฯ ยังมีพระราชประสงค์ที่จะประหยัดค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง จึงโปรดเกล้าฯ ให้ทำการเผาอิฐที่ไร่ โดยจ้างช่างมาสอนคนงานพื้นเมืองในการทำเตาเผา นอกจากนี้ยังโปรดเกล้าฯ ให้ทำกระเบื้องมุงหลังคาเองอีกด้วย
.
ครั้นวังสวนแก้วแล้วเสร็จ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีฯ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ หม่อมเจ้าประดิษฐา จักรพันธุ์ เป็นผู้รับผิดชอบในฐานะผู้จัดการต่อไป
.
ในการดำเนินพระชนม์ชีพ พระองค์ทรงมีพระราชดำริว่าให้
#ปลูกพืชสวนครัวและผลไม้นานาชนิด อีกทั้งเลี้ยงสัตว์พันธุ์ต่าง ๆ ด้วย มีพระราชประสงค์ให้บ้านสวนแก้วเป็นตัวอย่างมากกว่าการทำการค้า เมื่อทรงทดลองการปลูกพืชหรือเลียงสัตว์ชนิดใดได้ผลดี ก็จะทรงนำความรู้และผลที่ได้จากการทดลองไปแนะนำเผยแพร่แก่ราษฎรต่อไป
.
ในระยะแรกโปรดเกล้าฯ ให้ปลูกถั่วลิสงและนุ่น แต่เนื่องจากพืชทั้งสองชนิดไม่เหมาะสมกับภูมิอากาศที่มีฝนตกชุกในเขตจังหวัดจันทบุรี จึงไม่ได้รับความนิยม แต่ก็มิได้ทรงย่อท้อ พระองค์ยังทรงปลูกพืชอื่น ๆ ทดลองต่อไป ผลิตผลที่ได้ก็จะทรงนำออกพระราชทานพระญาติและบุคคลต่าง ๆ ต่อมาเมื่อทุกอย่างลงตัวจึงโปรดให้ปลูกเงาะ ลางสาด มังคุด ลิ้นจี่ พริกไทย มันสำปะหลัง ส้มเขียวหวาน และทุเรียน
.
หม่อมเจ้าประดิษฐาทรงเล่าถึงการทำเกษตรของสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีฯ ไว้ว่า…
.
ทรงทดลองปลูกพืชหลายชนิดมาก อย่างทุเรียนทรงนำพันธุ์หมอนทองเข้ามาปลูก นอกจากนี้ยังมีแตงไทย และแตงโม โดยหม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร ทรงนำมาทดลองปลูกประมาณ ๘ ไร่ ทรงดูแลเอาใจใส่อย่างดี มีพันธุ์หนึ่งได้ผลดีมาก เคยปรากฏว่ามีน้ำหนักถึงลูกละ ๑๕ กิโลกรัม แตงโมที่ทรงนำมาปลูกนี้ สมเด็จฯ จะเสวยเอง และพระราชทานแก่บุคคลต่าง ๆ จึงไม่ได้นำออกขายทั่วไป
.
นอกจากนั้นทรงทดลองปลูกข้าวพันธุ์หอมเหลือง เป็นการทดลองทำนา โดยมีโรงสีของพระองค์เอง ส่วนการเลี้ยงสัตว์ โปรดเกล้าฯ ให้สั่งพันธุ์ไก่ไข่จากต่างประเทศหลายพันธุ์เพื่อทดลองเลี้ยงประมาณ ๒,๐๐๐ ตัว และฟักไข่ไก่ด้วยเครื่อง นอกจากนี้ยังทรงเลี้ยงเป็ดพันธุ์ปักกิ่ง ห่าน และวัวพันธุ์เนื้อ ประมาณ ๑๐๐ ตัว โดยเลี้ยงตามธรรมชาติเพื่อช่วยในการปราบหญ้า
.
หม่อมเจ้าประดิษฐาทรงเล่าต่อไปอีกว่า...ภาพที่ประทับอยู่ในความทรงจำก็คือ สมเด็จฯ ทรงขับแทร็กเตอร์ด้วยพระองค์เอง ทรงลงมือเกี่ยวข้าว และสีข้าวด้วยพระองค์เอง และยังทรงลงมือปลูกถั่วลิสงเองและทรงเก็บเองอีกด้วย
.
และโดยเหตุที่โปรดดอกไม้มาก สมเด็จฯ จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเรือนเพาะชำส่วนพระองค์ เมื่อทรงว่างจากพระราชกิจ โปรดที่จะประทับในเรือนเพาะชำ ทรงปลูกต้นไม้ที่สั่งพันธุ์มาจากต่างประเทศ และรดน้ำใส่ปุ๋ยด้วยพระองค์เอง ตั้งแต่เช้าถึงกลางวันเป็นพระราชจริยวัตรประจำวัน
.
นอกจากนั้นยังทรงปลูกดอกไม้ตามถนนในเขตพระตำหนักเป็นจำนวนมาก อาทิ ว่านสี่ทิศ และต้นแคฝรั่ง ทรงเลี้ยงสุนัขที่เป็นพันธุ์นำเข้าจากต่างประทศ ๑๑ ตัว นอกจากนี้ยังมี นกหงส์หยก และปลาชนิดต่าง ๆ ที่นิยมในสมัยนั้น ได้แก่ ปลาเทวดา เป็นต้น
.
การดำรงพระชนม์ชีพของสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี เป็นไปอย่างทรงพระเกษมสำราญ มีความเรียบง่าย โดยมักจะมีพระประยูรญาติ และบุคคลต่าง ๆ มาขอเข้าเฝ้าฯ อยู่เสมอ พระกระยาหารที่เสวยก็มักจะเป็นอาหารธรรมดา ๆ อาทิ ข้าวแช่ ขนมจีนน้ำพริก มะระยัดไส้ สะเดา-น้ำปลาหวาน และยังโปรดการทำน้ำพริกกะปิด้วยพระองค์เองอีกด้วย
.
แม้ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว จะเสด็จสู่สวรรคาลัยไปแล้วหลายปี ทว่าในฐานะพระบรมราชินีในรัชกาลที่ ๗ สมเด้จพระนางเจ้ารำไพพรรณีฯ ยังทรงสนองพระคุณด้วยการสืบสานพระราชกรณียกิจอันเป็นกุศลและคุณูปการต่อพสกนิกร เพื่อให้พระนามของพระสวามี องค์พระมหากษัตริย์ผู้ประเสริฐได้เป็นที่สรรเสริญและประทับอยู่ในความทรงจำของอาณาประชาราษฎร์ตราบเสด็จสวรรคต