สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า ทางมหาวิทยาลัยราชภัฎรำไพพรรณี ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และบุคคลในราชสกุลสวัสดิวัฒน์ ได้จัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ 7 เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระองค์ทรงมีพระราชกรณียกิจในด้านการศึกษา การพัฒนาสังคม และความเท่าเทียมทางเพศ
สำหรับกิจกรรมการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ 7 มี 2 วาระด้วยกันคือ ในวาระครบรอบ 120 ปี วันพระราชสมภพ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีฯ ซึ่งจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 20 ธันวาคม 2567 - 20 ธันวาคม 2568 และในวาระครบรอบ 100 ปี การสถาปนาองค์ราชินี ในหว่างวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 - 26 กุมภาพันธ์ 2570
สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ 7 มีพระนามเดิมว่า “หม่อมเจ้าหญิงรำไพพรรณี สวัสดิวัตน์” พระราชสมภพในวันอังคารที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2447 เป็นพระธิดาในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสวัสดิวัดนวิศิษฎ์ และพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงอาภาพรรณี (หม่อมเจ้าอาภาพรรณี คัคณางค์) โดยพระนามที่ได้รับ คือ “รำไพพรรณี” (บางครั้งสะกดว่า “รำไภพรรณี”) และมีพระนามลำลองซึ่งเรียกขานกันในหมู่เจ้านายและผู้ใกล้ชิดว่า “ท่านหญิงนา” โดยเล่าเปรียบเสมือนคำพยากรณ์กลายๆ ว่า เมื่อทรงเจริญพระชันษาจักประทับอยู่ใกล้ชิดกับชาวไร่ชาวนา “หม่อมเจ้าหญิงรำไพพรรณี” ทรงเป็นพระธิดาองค์แรกในพระมารดา พระองค์มีพระเชษฐา พระเชษฐภคินี พระอนุชา และพระขนิษฐา ร่วมพระมารดาจำนวน 5 พระองค์ และร่วมพระบิดารวม 46 พระองค์ เมื่อสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ กรมขุนสุโขทัยธรรมราชา พระราชโอรสองค์เล็กในสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ทรงสำเร็จการศึกษาจากประเทศอังกฤษแล้ว ทรงเข้ารับราชการทหารประจำกรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 ได้เสด็จมาเฝ้าฯ สมเด็จพระบรมราชชนนีอยู่เสมอ จึงทรงได้พบปะพระนัดดาของสมเด็จแม่หลายพระองค์รวมทั้งหม่อมเจ้าหญิงรำไพพรรณี ทรงต้องอัธยาศัยในหม่อมเจ้ารำไพพรรณีจนบังเกิดมีพระราชหฤทัยรักใคร่ผูกพัน จึงมีพระราชหัตถเลขากราบบังคมทูลขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตอภิเษกสมรสกับหม่อมเจ้าหญิงรำไพพรรณี เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระบรมราชานุญาตแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ประกอบพิธีอภิเษกสมรสพระราชทาน ณ พระที่นั่งวโรภาษพิมาน พระราชวังบางปะอิน ในวันจันทร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2461 เมื่ออภิเษกสมรสแล้วทั้ง 2 พระองค์เสด็จฯ ไปประทับที่ “วังศุโขทัย” ซึ่งสร้างขึ้นใหม่บนที่พระราชทานริมคลองสามเสน
ต่อมาสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ กรมขุนสุโขทัยธรรมาราชา เสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติสืบต่อจากสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราชเป็น “พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว” เป็นเหตุให้ทรงเปลี่ยนพระอิสริยยศพระชายาจาก “หม่อมเจ้าหญิงรำไพพรรณี พระชายา” เป็นพระอัครมเหสี “สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี” ผ่านพระราชพิธีอันสำคัญ คือ การสถาปนา “สมเด็จพระบรมราชินี” ครั้งแรกในสยาม และเป็นที่ประจักษ์ว่า พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระภรรยาเจ้าเพียงพระองค์เดียว และทรงยกย่องสมเด็จพระบรมราชินีไว้ในพระราชสถานะ “เอกอัครมเหสี” และทรงร่วมทุกข์สุขเคียงพระองค์พระบรมราชสวามีเป็นระยะเวลากว่า 23 ปี
ภายหลังพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินียังประทับที่พระตำหนักคอมพ์ตัน ประเทศอังกฤษ และเสด็จนิวัติสู่ประเทศไทยตามคำกราบเชิญของคณะรัฐบาลที่ได้มีหนังสือกราบบังคมทูลอัญเชิญเสด็จฯ ทั้งนี้พระองค์ทรงเสด็จกลับฯ พร้อมอัญเชิญพระบรมอัฐิของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวกลับมาประเทศไทยพร้อมกัน เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2492 เมื่อเสด็จนิวัติประเทศไทย สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ประทับที่วังสระปทุม และทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจอย่างต่อเนื่อง ทรงแทนพระองค์พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรด้วยในหลายโอกาส นอกจากนี้ได้เสด็จฯ ไปประทับ ณ สวนบ้านแก้ว จังหวัดจันทบุรี ทรงใช้เวลาส่วนใหญ่พัฒนาพื้นที่ให้เป็นสวนเกษตร เรียกได้ว่าทรงเป็นนักพัฒนาการเกษตร นอกจากนี้ยังทรงเป็นนักพัฒนางานหัตถกรรม ทรงศึกษาเรียนรู้เทคนิคใหม่ ๆ การออกแบบที่ทันสมัย จนทำให้เสื่อจันทบูรณ์ เป็นหัตกรรมที่รู้จักกันแพร่หลายในนามผลิตภัณฑ์ “เสื่อสมเด็จ” สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ทรงรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าอยู่หัวเสมอ พระองค์พระราชทานเงินสร้างอาคารโรงพยาบาลทรงอุปถัมภ์เพื่อยกระดับและพัฒนาโรงพยาบาลจันทบุรีให้สามารถรับใช้ประชาชนจันทบุรีและจังหวัดใกล้เคียง ด้วยเหตุนี้โรงพยาบาลจึงได้รับพระราชทานนามใหม่ว่า “โรงพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี”
สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี สวรรคตด้วยพระหทัยวาย ณ วังศุโขทัย ในวันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2527 ในห้องพระบรรทม ณ ตำหนักใหญ่วังศุโขทัย สถานที่ซึ่งทรงเริ่มชีวิตคู่พระบารมีพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว สิริพระชนมพรรษา 75 ปี 5 เดือน 2 วัน หลังจากนั้นพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประดิษฐานพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 ณ พระที่นั่งดุสิตปราสาทพระบรมมหาราชวัง ถวายพระเกียรติยศตามราชประเพณี และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ 7 ณ พระเมรุมาศท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2529